*.๐O ตัวกะเปี๊ยก O๐.* View my profile

Stopmotion โฆษณาสั้นๆ คิขุๆ

posted on 16 Mar 2012 14:30 by lemonwhite  in Diary  directory Cartoon, Diary, Idea
เป็นงานกลุ่มค่ะ
ทำง่ายๆตัดต่อเองด้วยเวกัส :D
 
โฆษณาให้ซุปCampbell's แต่ออกแบบรสซุปเอง
 
 
 
 
เป็นเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งที่แยกไว้รวมกับเนื้อเรื่องหลักนะ :)
 
โดยเอาเนื้อหามาจากเรื่อง นักดนตรีเป่าปี่แห่งเมืองฮาเมลิน(The Pied Piper of Hamelin) ซึ่งมีอยู่ในนิทานของกริมม์ ค่ะ
 
++++
 

กล่าวถึงนักดนตรีคนหนึ่งซึ่งเดินทางอย่างอิสระราวกับสายลม

นักดนตรีผู้นั้นเป็นผู้มีความสามารถพิเศษกว่าใคร บางคนเรียกว่าทั้งยังหนุ่มแน่น ยามเขายกปี่ถุงขึ้นมาเป่า ไม่ว่าผู้ใดได้ฟังย่อมหลงใหลในสเน่ห์ราวกับต้องมนต์ ทว่าแม้บทเพลงของเขาจะได้รับการตอบรับดีเพียงใด

ในกาลครั้งหนึ่งเขาได้เดินทางมาถึงเมืองฮาเมลิน เป็นเมืองเล็กแต่ไม่อบอุ่น เพราะเมืองนี้มีเจ้าเมืองเป็นคนทุจริต ไม่เคยใส่ใจกับปัญหาของบ้านเมืองเลย มีแต่กดขี่ข่มเหงและเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อนักดนตรีได้เปิดการแสดงเพลงปี่ที่เมืองนี้ จึงได้รับความสนใจไม่น้อย ทุกคนมองว่าเพลงปี่นั้นประหลาดและไม่เคยได้ยินเพลงทำนองนี้มาก่อน แต่เมื่อมีคนท้าให้เขาเป่าเพลงที่แปลกกว่า นักดนตรีกลับสามารถเป่าได้เหมือนต้นฉบับไม่ผิดเพี้ยน เมื่อแรกพวกเขาคิดว่าเพราะนักดนตรีเป็นคนพเนจร อาจเคยฟังเพลงแปลกของตนจากที่ไหนมาบ้าง แต่ก็มีคนให้ความสนใจและท้าทายมาเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่เพลงที่ชาวบ้านแต่งขึ้นเองหรือเพลงที่ไว้ฮัมเล่นเวลาอาบน้ำ  นักดนตรีก็ยังเป่าได้ ใช้เวลาไม่นานคนจึงมามุงดูมากมาย แต่น้อยคนนักที่จะควักสตางค์บริจาค

เขารู้ข่าวจากชาวบ้านว่า ภายในเมืองกำลังประสบปัญหาร้ายแรง มีฝูงหนูแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมากก่อความวุ่นวายไปทั่ว นอกจากหนูจะกัดแทะขโมยเสบียงอาหารแล้ว พวกมันยังเป็นพาหะนำโรคอีกด้วย นักดนตรีพอมองเห็นปัญหาบ้าง อย่างในตอนที่เขาแสดงเพลงเป่า ก็มีหนูโผล่ออกมาเพ่นพ่านตามถนนเยอะจนผิดปกติ ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่าเป็นมาพักหนึ่งแล้ว แจ้งเจ้าเมืองแล้วแต่ยังไม่มีใครมาแก้ไขอะไรสักที

ความจริงแล้วนักดนตรีรู้ว่าเรื่องปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่เขาต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ทว่าสิ่งที่ฉุดเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กลับเป็นเรื่องพื้นฐานเหมือนนิทานทั่วไป อย่าง... ความรัก

การเดินทางทำให้นักดนตรีมีโอกาสพบปะหญิงงามมากมาย แต่เพราะเขาเป็นนักเดินทางผู้รักอิสระ จึงไม่เคยปักหลักอยู่กับที่ใดได้นานเลย จนนึกไม่ออกเลยว่าจะมีหญิงใดสามารถครอบครองสายลมที่ไม่เคยหยุดพัดผู้นี้ได้

วันหนึ่งขณะนักดนตรีพักผ่อนอยู่ริมแม่น้ำ เขาได้พบหญิงคนหนึ่ง จากเครื่องแต่งกายบ่งบอกว่านางเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา มีใบหน้างามเด่น แต่ดวงตากลับทอประกายโศกเศร้า ที่เจ้าของดวงตาพยายามปิดบังเอาไว้

เมื่อหญิงงามสังเกตเห็นเขา นักดนตรีเพียงจ้องตอบ เขาเดินทางมานานหลายปีทำให้ยั้งใจไม่ตะลึงในความงามล้ำของหญิงสาว หากแต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจกลับเป็นคำพูดของเธอ

‘นักดนตรี ท่านเป็นคนใช้เวทมนตร์ใช่หรือไม่’ เธอโพล่งถามในทันที

ผู้ถูกหาว่ามีเวทมนตร์ไม่ทันตั้งตัวกับคำถามพิสดาร ปกติแล้วเขาคุ้นกับคำขอให้เป่าเพลงนู้นเพลงนี้มากกว่า และถึงจะมีความสามารถเป่าเพลงปี่ได้ดีเลิศ แต่ก็ไม่เคยมีใครถามคำถามเช่นนี้กับเขามาก่อน

‘แม่หญิงหมายถึงมนต์ใดกัน’ เขาตอบด้วยรอยยิ้ม นักดนตรีรู้ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรต่อหน้าสุภาพสตรี ‘เพลงของข้าอาจวิเศษ แต่ก็แค่เพลงปี่เท่านั้น’

หญิงสาวทำหน้าไม่พอใจในคำตอบ นางรุดตัวลงนั่งประชันหน้าเขา

‘ไม่ใช่เพลงปี่’ นางว่า ‘ข้าถามว่าท่านเป็นคนใช้เวทมนตร์หรือเปล่า เป็นพ่อมดหรือผู้วิเศษใช่ไหม บอกความจริงข้าเถิด ข้าจะเก็บความลับนี้ไม่บอกใครแน่นอน ข้าสาบาน’

นักดนตรีตกใจเล็กน้อยพอเก็บอาการ ‘แม่หญิงอย่าได้ถึงกับสาบานเลย คำสาบานนั้นอันตรายกว่าที่ท่านคิดนัก เพราะคำสาบานจำต้องสละวิญญาณผูกไว้กับสัญญาตลอดชีวิต’

‘ท่านอย่ามาเฉไฉ’ แม่หญิงหน้าบึ้ง ‘ข้ารู้ว่าท่านเป็นผู้ใช้เวทมนตร์แน่นอน อาจไม่ใช่พ่อมดหรือผู้วิเศษ แต่ข้ารู้ว่าท่านมีเวทมนตร์ใช่ไหม ข้ารู้ว่าท่านทำได้มากกว่าเป่าเพลงปี่ทั่วไป’

นักดนตรีหนุ่มยิ้มละไม เขาพอมองออกว่าหญิงสาวตรงหน้ามีความงดงามเกินตัว จึงคิดเอาว่านางคงอายุน้อยกว่าเขามากอยู่

‘ใช่ไหมคะ’ หญิงสาวคะยั้นคะยอ

นักดนตรีไม่ได้ตอบนางในทันที เขาหยิบปี่ถุงขึ้นมาจรดปาก หลับตาเป่าเพลงสั้นเพลงหนึ่ง หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงตั้งท่าหมายจะห้ามแต่กลับชะงัก และยอมนั่งเงียบๆ ฟังเพลงแต่โดยดี

เพลงบทนั้นเต็มไปด้วยทำนองประหลาด แต่กลับคงความไพเราะไว้จนหญิงสาวเคลิบเคลิ้ม นางเฝ้ามองนักดนตรีกำลังหลับตาเป่าเพลงอย่างตั้งใจ และความรู้สึกหลงใหลก็เริ่มบังเกิด

นักดนตรีลืมตาเมื่อเพลงจบ เขายิ้มให้กับหญิงสาว ‘ใจเย็นขึ้นบ้างไหมขอรับ’

หญิงสาวสะดุ้งจากภวังค์ เมื่อถูกถามราวกับรู้ใจเธอก็หน้าร้อนผ่าว ไม่กล้าตอบได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก นักดนตรีหัวเราะอย่างเอ็นดู

‘ท่านมีเวทมนตร์จริงๆ’ นางสรุปเอง ‘ข้าชื่อโรแซน นักดนตรี... ท่านคือใครกัน เหตุใดจึงมายังเมืองสกปรกอย่างที่นี่’

เมืองฮาเมลินแต่ก่อนเลื่องลือในเรื่องความเจริญทางด้านการค้าและเศษฐกิจ แม้เป็นเมืองเล็กแต่ก็เป็นศูนย์รวมธุรกิจมากมาย แต่ภายหลังเมื่อเจ้าเมืองคนเก่าเสียชีวิตไป ก็มีเจ้าเมืองคนใหม่เข้ามาแทน เจ้าเมืองคนนี้ไม่ดีจริง แต่ถึงแม้ข่าวลือเรื่องการทุจริตของเจ้าเมืองจะหนาหูไปหลายเมือง แต่เจ้าเมืองคนนี้เป็นคนฉลาด มีวิธีแก้ให้ตนพ้นจากการตรวจสอบของทางการได้อย่างแยบยลเสมอ

เมื่อมีการขนส่ง ย่อมมีสิ่งแปลกปลอม ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พื้นดินใต้เมืองนี้มีพวกหนูแพร่พันธุ์อยู่ แต่กว่าจะแจ้งปัญหาก็สายเกินแก้เสียแล้ว เมื่อไม่มีใครกำจัดได้ พวกหนูก็เริ่มออกอาละวาด กัดแทะบ้านเรือนซึ่งทำด้วยไม้จนผุพัง ฉกชิงอาหารหรือแม้แต่ของมีค่ากลับไปสร้างรังใต้ดิน ในเวลาไม่นานเมืองฮาเมลินก็กลายเป็นเมืองสกปรก แค่มองตามถนนยังเห็นหนูวิ่งขโมยอาหารได้ต่อหน้าต่อตา

ยิ่งสกปรกมากก็ยิ่งมีเชื้อโรคมาก ชาวบ้านต่างติดโรคระบาดจากหนูและล้มป่วยไปตามๆ กัน รวมถึงเหล่าเด็กๆ ที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ โรแซนแนะนำตัวว่าเธอเป็นผู้อุปการะเด็กที่โบสถ์ในเมือง ตอนนี้มีเด็กติดโรคระบาดอยู่มาก พวกเขาเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีญาติที่ไหน ลำพังเงินบำรุงโบสถ์ก็ไม่เพียงพอซื้อยารักษา คนอ่อนแอมากทนพิษไข้ไม่ไหว ตายไปหลายคนแล้ว

‘ตอนท่านมาเล่นดนตรีที่นี่ มีเด็กป่วยหนีออกจากโบสถ์ไปดูการแสดงของท่าน พอกลับมาเขาเล่าเรื่องท่านให้ข้าฟัง อาการป่วยดีขึ้นถนัดตา เขากระตือรือร้น ร่าเริงราวกับไม่ได้ป่วย บอกว่าพอฟังเพลงของท่านแล้วรู้สึกดี’

 หญิงสาวอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แต่นักดนตรีไม่พูดอะไรเลย ทำเพียงยิ้มอ่อนโยน รับฟังอย่างสงบเท่านั้น โรแซนบอกว่าแม้นางเป็นคนดูแลเด็กๆ แต่ก็ยังเชื่อในจินตนาการ เชื่อว่าห่างไกลออกไปบนโลกใบนี้ยังมีดินแดนของพ่อมดแม่มด มีผู้วิเศษที่คอยสร้างปาฏิหาริย์ช่วยเหลือผู้คน

นักดนตรีบอกกับนางว่าดนตรีเป็นเพียงส่วนหนึ่งซึ่งช่วยบันเทาจิตใจ คนเราเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยทางร่างกายย่อมส่งผลถึงจิตใจ ลืมมองไปว่าถ้าใจเราดี เดี๋ยวร่างกายก็ดีตามเอง เพลงของเขาแค่ได้ฟังแล้วดี หมดทุกข์หมดกังวล เป็นความพิเศษของเสียงดนตรี หาใช่เพราะตัวเขามีเวทมนตร์หรอก

ทีแรกโรแซนไม่ยอมเชื่อ แต่เมื่อเห็นท่าทางซื่อตรงและความจริงใจของนักดนตรีนางจึงยอมแพ้ ขอตัวกลับบ้านไปโดยดี หากเขาต้องการอะไรก็ไปพบเธอที่โบสถ์ได้ ก่อนไปยังมีขู่ว่าถ้าไม่มาจะตามหา บังคับให้ไปเป่าเพลงให้เด็กๆ ฟังถึงในโบสถ์ทีเดียว

เมื่อนักดนตรีเห็นว่าหญิงงามไปไกลแล้ว นักดนตรีหยิบปี่ขึ้นมา เป่าอีกเพลงหนึ่ง เพลงนี้เป่าให้ตัวเขาเอง

เพลงสำหรับสารภาพบาป...

 

หลายวันต่อมา มีประกาศหนึ่งจากทางการมาแปะไว้กลางตลาด เนื้อความกล่าวถึงเจ้าเมืองได้ทำการคัดหาผู้ที่สามารถกำราบฝูงหนูให้หมดสิ้นไปจากเมืองฮาเมลินได้ โดยมีข้อแม้ว่าห้ามมิให้มีหนูหลงเหลืออยู่สักตัวเดียว เจ้าเมืองจะมีรางวัลให้อย่างงาม

ในความจริงแล้วไม่มีใครใคร่เชื่อใจประกาศฉบับนี้นัก เนื่องจากต่างทราบกันดีว่าเจ้าเมืองฮาเมลินนั้นมีความประพฤติเช่นไร และฝูงหนูในเมืองนี้ก็ใช่ว่าจะกำจัดง่ายเหมือนเมืองอื่น พวกมันไม่เกรงกลัวคน และขนาดตัวยังใหญ่โตกว่าหนูปกติหลายเท่านัก ยิ่งเงื่อนไขมากเพียงนี้หากไม่ใช่พ่อมดหรือผู้วิเศษ คนธรรมดาคงไม่มีสิทธิแม้แต่ทดลอง

แน่นอนว่านักดนตรีรู้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของเขา ถึงอย่างนั้นเขายังไปที่โบสถ์ ไปหาโรแซนและเด็กๆ และพบว่าอาการของเด็กที่ป่วยแย่กว่าที่คิดไว้ แต่ทุกครั้งที่พวกเด็กๆ ได้ฟังเพลงปี่ที่เขาเป่า อาการก็ดีขึ้นจริงอย่างโรแซนว่า ไม่ช้านักดนตรีจึงกลายเป็นที่รักใคร่ของเด็กทุกคนในโบสถ์

เวลาผ่านไปหลายอาทิตย์แล้ว โดยปกตินักดนตรีจะหยุดพักเมืองๆ หนึ่งเป็นเวลาอาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ แต่นี่ก็ล่วงมาเกือบเดือน ฮาเมลินยังไม่มีทีท่าจะหาคนกำจัดหนูได้ และนักดนตรีเองก็เริ่มผูกพันกับที่นี่

แม้เมืองจะสกปรก แต่ไม่ทำให้จิตใจของคนในโบสถ์สกปรกตาม นักดนตรีรู้ตัวว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาจะถอนตัวไม่ขึ้น ความผูกพันเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์สำหรับคนเดินทาง เพราะนั่นเท่ากับเป็นการตัดตัวเองออกจากอิสรภาพ ถึงอย่างนั้นนักดนตรียังคงเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ออกเดินทางมาอย่างไร้จุดหมาย ได้ผจญภัย ได้รู้จักผู้คน บางทีที่ต้องเดินทางอาจไม่ใช่เพราะต้องการอิสระ แต่เพียงอยากค้นหาจุดหมายของชีวิตเสียมากกว่า

และตอนนี้เขาอาจเจอแล้วก็เป็นได้

นักดนตรีหลงรักความเข้มแข็งของโรแซน และโรแซนเองก็หลงรักความอ่อนโยนของนักดนตรี ทั้งสองตกหลุมรักกันท่ามกลางศักขีพยานตัวน้อยๆ ในโบสถ์...

 
 

  

(ยังไม่จบ)
 
 
แอบโฆษณา 
 

 welcome to นิทาของสาวน้อยหมวกแดง
 
ยาวขนาดนี้ไม่รู้จะมีใครอ่านนิทานเรื่องนี้จบไหมหนอ

เพ้นๆ วาดๆ ปาดๆ ถูๆ

posted on 03 Mar 2012 19:42 by lemonwhite  in Art  directory Cartoon, Diary
 
เป็นต้นแบบที่จุดประกายให้แต่งนิยายเรื่องสาวน้อยหมวกแดง = =''
ชอบหุ่นผู้หญิง แต่เอาม้าไปเก็บเถอะ!
 
วาดไม่เป็นนนนนนนนนนน
 
ทำส่งอาจารย์
พอจะรู้เรื่องมั้ยนะ?
 
เนื้อเรื่องย่อ
 
มีกล่องใบหนึ่งถูกมัดไว้แน่นหนาแล้วถูกทิ้งไว้ในถังขยะ
แต่มันก็ตระหนักได้ว่าอยู่อย่างนี้ต่อไปคงไม่ได้อะไร จึงกระโดดลงมา
มันพยายามฆ่าตัวตาย ด้วยการกระโดดน้ำ
แต่เห็นน้ำเน่าเกินไปจึงไม่กล้าโดด
 
ได้แต่เดินโซซัดโซเซไปตามทางที่ฝนตก จนสกปรกไปทั้งตัว
แต่แล้วมันก็สะดุดหกล้มจนฝากล่องเปิดออก
 
สิ่งที่อยู่ข้างในกล่อง สิ่งที่พยายามทิ้งมันมาตลอดก็กระเด็นออกมา
หัวใจที่บอบช้ำ พยายามจะลืมอย่างไรก็ทำไม่ได้...
 
มันเฝ้ามองหัวใจของตัวเองอยู่นานจนกระทั่งฝนเริ่มซา
ท้องฟ้าสว่างสดใส แสงแดดทออ่อนงดงาม
 
และแล้วกล่องใบน้อยก็ได้พบว่า เวลาฝนซา ท้องฟ้าสวยงามเพียงใด
 
มันจึงก้มเก็บหัวใจตัวเองใส่ที่เดิม และเดินต่อไป เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...
 
จบ

Recommend